สานฝันก้าวผ่านสู่บ้านจักรดาว (ชนะเลิศชั้นปีที่ ๑)

สานฝันก้าวผ่านสู่บ้านจักรดาว

                                                  นตท.วริทธิ์ธร  เพ็ชราช  ๑-๓ เลขที่ ๒๕

                ผมเคยอ่านพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจากหนังสือฉบับหนึ่ง ความว่า “เป็นคนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาแผ่นดินไทย” ข้อความนี้มันทำให้ผมรู้สึกตื่นตัว และตั้งมั่นว่า ผมจะขอเป็นอีกหนึ่งคนที่จะทำหน้าที่รักษาแผ่นดินไทยด้วยการเป็นทหาร ผมจึงใฝ่ฝันและตั้งปณิธานว่า ผมจะต้องเข้ามาศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหารแห่งนี้ให้ได้ แม้ว่าหนทางนั้นจะลำบากสักเพียงใดหรือจะพบอุปสรรคใดๆ ก็ตามความใฝ่ฝันของผมไม่เคยเปลี่ยน เมื่อผมได้อ่านหนังสือเรื่อง ผมชื่อนักเรียนเตรียมทหารที่เขียนไว้ว่า “ยินดีที่จะใช้ชีวิตในกรอบแห่งระเบียบวินัย และมีความภาคภูมิใจกับการเสียสละทั้งชีวิตนับจากนี้เป็นตันไป” ข้อความนี้ปลุกใจและทำให้ผมต้องการจะใช้ชีวิตในกรอบแห่งระเบียบวินัย ในที่สุดผมก็ได้รับคัดเลือกเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

                การสอนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้นมันไม่ง่าย ผมประสบกับความยากลำบากและอุปสรรคมากมาย ปีที่ผ่านมาผมผิดหวังและเสียใจมาก ผมสอบไม่ผ่าน ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งๆ ที่คิดว่าตนเองเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว เมื่อประกาศผลสอบไม่มีชื่อผม ผมผิดหวัง เสียใจ และร้องไห้ แม่ของผมได้มาพูดปลอบและให้กำลังใจผมว่า “ล้มได้แต่ต้องรีบลุก” ซึ่งผมรู้สึกมีกำลังใจมันเหมือนเสียงของสวรรค์ที่ทำให้ผมไม่ย่อท้อต่อไป และคิดว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของชีวิตผม เพราะปีหน้าผมจะอายุ 17 ปี มันกดดันผมมาก อีกทั้งการกลับไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อนั้น ไม่ใช้หนทางที่ผมปรารถนา แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้และต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไป

                ผมตั้งใจอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร อีกครั้งหนึ่ง ด้วยกำลังใจจากพ่อ แม่ และด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นของผม ผมจะสู้ต่อไป ผมทุ่มเททุกเวลา ทุกลมหายใจของผม จดจ่ออยู่ที่เป้าหมายเพื่อที่ผมจะได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารให้ได้ ผมจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านวิชาการ และสุขภาพร่างกาย ชีวิตของผมในช่วงนี้ดำเนินไปด้วยความยากลำบาก ขณะอยู่ในโรงเรียนผมก็ตั้งใจเรียน พักกลางวันผมก็อ่านหนังสือ เมื่อเลิกเรียน ผมต้องไปซ้อมกีฬา เพราะผมเป็นนักกีฬาเทนนิสของโรงเรียนกลับถึงบ้านค่ำทุกวัน ผมต้องใช้เวลาเพื่อทำการบ้าน และอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร จนดึกทุกคืน ผมเหนื่อยมากจากการซ้อมเทนนิส แต่ผมก็อดทน เพราะผมต้องไปทำหน้าที่ของนักกีฬาโรงเรียนให้ดีที่สุดและการทำเช่นนี้กลับเป็นผลดีที่ทำให้ผมได้ออกกำลังกาย เพื่อที่จะได้ผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ด้วยการฝึกดึงข้อ ลุกนั่ง นั่งงอตัว ยืนกระโดดไกล วิ่งกลับตัว วิ่งระยะสั้น วิ่งระยะไกล และว่ายน้ำ ส่วนทางด้านวิชาการ ผมค้นหาและแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง มุ่งมั่นอ่านหนังสือ และขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมในเนื้อหาวิชาการที่จะต้องใช้ในการสอบ ผมอ่านหนังสือทุกเวลานาทีที่มีโอกาส ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งบนรถเมล์ ไม่ว่าจะเวลาพักกลางวันที่โรงเรียน หรือแม้แต่เวลาพักระหว่างการซ้อมเทนนิส ผมก็อ่านหนังสือและฝึกทำโจทย์คณิตศาสตร์ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เมื่อหลับ ผมยังฝันว่าได้อ่านหนังสือและฝึกทำโจทย์คณิตศาสตร์อยู่เลย

                นอกจากนี้ยังมีความยากลำบากอีกเรื่องหนึ่งที่ใครอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก นั่นคือผมต้องข่มใจไม่ไปเล่นหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไม่ว่าในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผมก็ไปเรียนพิเศษ เพื่อนจะชักชวนไปไหนผมก็ไม่ไปเพราะเสียเวลาเรียน และเวลาอ่านหนังสือของผม ผมบอกเพื่อนว่าขอโทษ ผมไม่มีเวลาที่จะเสียไปได้อีกแล้ว นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของผม บางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ เขาถามว่าจะลำบากไปทำไม กว่าจะเข้าได้ก็เหนื่อย เข้าไปได้ก็ต้องเหนื่อยยิ่งกว่านี้ ความลำบาก และอุปสรรคทั้งปวงไม่ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นในหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของผม และความรู้สึกที่อบอุ่นที่มีพ่อแม่เป็นกำลังใจตลอดเวลาซึ่งไม่เคยบังคับว่าผมต้องสอบให้ได้

                จากบทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องพระมหาชนก ทำให้ผมมีความพยายามมากขึ้นในทุกๆ เรื่อง เพื่อก้าวข้ามสานฝันเข้าสู่รั้วจักรดาว แม้ว่าจะมีอุปสรรคแต่มันไม่อาจทำให้ความตั้งใจที่แน่วแน่ของผมลดน้อยลง กอปรกับความมุ่งมั่นความมีมานะอดทน และความพากเพียรพยายาม สิ่งเหล่าทำให้ผมได้เป็นนักเรียนเตรียมทหารสมดั่งใจดังคำกล่าวที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"